เงื่อนไขการขอคืนภาษีนักท่องเที่ยว



  • นักท่องเที่ยวต้องนำสินค้าออกนอกราชอาณาจักรไทย ภายใน 60 วัน โดยนับวันที่ซื้อสินค้าเป็นวันแรก
  • ต้องซื้อสินค้าจากร้านค้าที่แสดงป้ายสัญลักษณ์ “VAT REFUND FOR TOURISTS”
  • ต้องซื้อสินค้ามูลค่าไม่น้อยกว่า 2,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) จากสถานประกอบการแห่งเดียวกัน ในวันเดียวกัน
  • ณ วันที่ซื้อสินค้า ให้แสดงหนังสือเดินทางแก่พนักงานขายและขอแบบ ภ.พ.10 จากร้านค้าพร้อมทั้งต้นฉบับใบกำกับภาษี โดยแบบ ภ.พ.10 แต่ละฉบับต้องมีมูลค่าสินค้า 2,000 บาทขึ้นไป
  • ในวันที่เดินทางออกก่อน Check-in ให้นำสินค้าและแบบ ภพ.10 ไปแสดงให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจสินค้าและประทับตรา
  • สินค้าราคาแพง ได้แก่ อัญมณีที่ประกอบขึ้นเป็นตัวเรือนหรือของรูปพรรณ, ทองรูปพรรณ, นาฬิกา, แว่นตา ปากกา โทรศัพท์แบบพกพา หรือสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์แบบพกพา กระเป๋าถือ (ไม่รวมถึง กระเป๋าเดินทาง) เข็มขัด ที่มีมูลค่าชิ้นละ 10,000 บาทขึ้นไป หรือสินค้าที่สามารถนำติดตัวไปพร้อมกับการเดินทางที่มีมูลค่าการซื้อต่อชิ้นตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป ต้องนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่สรรพากรตรวจประทับรับรองในแบบ ภ.พ.10 อีกครั้ง ณ สำนักงานคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ผู้โดยสารขาออก ส่วนในหลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง

สาเหตุที่ขอคืนภาษีฯ ไม่ได้รับอนุมัติ สำหรับนักท่องเที่ยว

Vat Refund for Tourists
สาเหตุที่ขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ได้รับอนุมัติ สำหรับนักท่องเที่ยว
  •  
  • เป็นลูกเรือที่เดินทางออกนอกประเทศในระหว่างปฏิบัติหน้าที่
  • ไม่ได้นำสินค้าออกนอกประเทศไทยภายใน 60 วันนับตั้งแต่วันที่ซื้อสินค้า
  • ไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศไทยผ่านทางท่าอากาศยานนานาชาติ
  • ชื่อและหมายเลขหนังสือเดินทางในใบกำกับภาษีที่แนบมากับแบบ ภ.พ.10 ไม่ใช่ของผู้ขอคืนภาษี
  • ซื้อสินค้ามูลค่าน้อยกว่า 2,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) จากสถานประกอบการแห่งเดียวกัน ในวันเดียวกัน
  • ไม่ได้จัดทำแบบ ภ.พ. 10 ในวันที่ซื้อสินค้า
  • มูลค่ารวมของสินค้าที่ขอคืนน้อยกว่า 2,000 บาท
  • ไม่แนบต้นฉบับใบกำกับภาษีมาพร้อมกับแบบ ภ.พ.10
  • ไม่นำสินค้าออกนอกประเทศในวันที่เดินทางออก
  • ไม่ได้ซื้อสินค้าจากร้านค้าที่อยู่ในระบบการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้นักท่องเที่ยว (VRT)
  • จำนวนรายการสินค้าที่แสดงในแบบ ภ.พ.10 มากกว่าจำนวนรายการที่แสดงในใบกำกับภาษี
  • ไม่ได้รับการตรวจสินค้าจากศุลกากรก่อนนำออกนอกประเทศ
  • ไม่ได้รับการตรวจสินค้าราคาแพงอีกครั้งจากเจ้าหน้าที่สรรพากร
  • ใบกำกับภาษีที่แนบมากับแบบ ภ.พ.10 ไม่ได้ออกจากร้านค้าที่ระบุไว้ในแบบ ภ.พ.10

การคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้นักท่องเที่ยว


ขั้นตอนการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้นักท่องเที่ยว

1.
ให้ศุลกากรตรวจสินค้าและประทับตราบนแบบคำร้องขอคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับนักท่องเที่ยว (ภ.พ.10)

          นักท่องเที่ยวต้องยื่นเอกสารการขอคืนภาษี (แบบ ภ.พ.10 และต้นฉบับใบกำกับภาษี) พร้อมนำสินค้าให้เจ้าพนักงานศุลกากรตรวจสินค้า ประทับตราและลงชื่อ

วันเดือนปีกำกับไว้ในแบบ ภ.พ.10 มุมขวาล่าง ช่องสำหรับเจ้าพนักงานศุลกากร

         กรณีสินค้าที่ขอคืนเป็นสินค้าที่กรมสรรพากรกำหนด 10 ชนิด ได้แก่ อัญมณีที่ประกอบขึ้นเป็นตัวเรือน หรือของรูปพรรณ ทองรูปพรรณ นาฬิกา แว่นตา ปากกา โทรศัพท์แบบพกพา หรือสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์แบบพกพา กระเป๋าถือ (ไม่รวมถึง กระเป๋าเดินทาง) เข็มขัด ที่มีมูลค่าการซื้อแต่ละชิ้นตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไปหรือสินค้าที่สามารถนำติดตัวไปพร้อมกับการเดินทาง ที่มีมูลค่าการซื้อต่อชิ้นตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป ต้องนำสินค้าไปแสดงต่อเจ้าพนักงานสรรพากรเพื่อประทับรับรองในแบบ ภ.พ.10 อีกครั้ง
2.
สำรองที่นั่งและ Check-In กระเป๋าเดินทาง
3.
ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง
4.
ยื่นเอกสารการขอคืนภาษี และสินค้าที่กรมสรรพากรกำหนด 10 ชนิด ตามข้อ 1. (ถ้ามี)
ต่อเจ้าพนักงานสรรพากร เพื่อขอรับเงินภาษีคืน