แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภาษีเงินได้นิติบุคคล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ภาษีเงินได้นิติบุคคล แสดงบทความทั้งหมด

ภาษีซื้อต้องห้ามกับรายจ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคล


ใบระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีซื้อต้องห้ามเป็นภาษีซื้อที่กฎหมายไม่ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียน
ภาษีมูลค่าเพิ่มนำมาหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีหรือขอคืนภาษีซื้อ
บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม สามารถนำภาษีซื้อต้องห้าม
มาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ดังนี้
> ภาษีซื้อต้องห้ามที่สามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ
1.      ภาษีซื้อค่ารับรองที่มีลักษณะ ดังนี้
(1)      ค่ารับรอง หรือค่าบริการไม่ว่าจะจ่ายเพื่อการรับรองหรือให้บริการแก่บุคคลใดๆ และไม่ว่าจะ
อำนวยประโยชน์แก่กิจการหรือไม่ก็ตาม เซ่น ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม ค่ามหรสพ ค่าใช้จ่ายเพื่อการกีฬา
และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทำนองเดียวกัน
(2)     ค่าสิ่งของ หรือประโยชน์อื่นใดที่ให้แก่บุคคลซื้งไต้รับการรับรองหรือรับบริการหรือที่ให้บุคคลอื่น
2.       ภาษีซื้อต้องห้ามตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวลับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42)
ภาษีซื้อต้องห้ามตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรที่สามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไร
สุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล มีดังนี้
(1)         ภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อ เข่าซื้อ เข่า หรือรับโอนรถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน
10 คน และภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อสินค้าหรือการรับบริการที่เกี่ยวช้องกับรถยนต์นั่ง และรถยนต์โดยสารที่มีที่
นั่งไม่เกิน 10 คน ตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต
ไมให้ใช้บังคับสำหรับการขายรถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ตามกฎหมายว่า
ด้วยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต และการให้บริการเข่ารถยนต์ดังกล่าวของตนเองโดยตรง และการให้บริการ
รับประกันวินาศภัยสำหรับรถยนต์ดังกล่าว
หมายเหตุ
"รถยนต์นั่ง" คือ รถเก่งหรือรถยนต์ที่ออกแบบสำหรับเพื่อใช้สำหรับนั่งเป็นปกติวิสัย
และให้หมายความรวมถึงรถยนต์ในลักษณะทำนองเดียวกัน เข่น รถยนต์ที่มีหลังคาติดต่อเป็นเนื้อเดียวกันใน
ลักษณะถาวรด้านช้าง หรือด้านหลังคนขับมีประตูหรือหน้าต่างและมีที่นั่ง ทั้งนี้ไม่ว่าจะมีที่นั่งเท่าใด
"รถยนต์โดยสาร" คือ รถตู้หรือรถยนต์ที่ออกแบบเพื่อใช้ขนล่งคนโดยสารจำนวนมาก
รวมทั้งรถยนต์ในลักษณะทำนองเดียวกัน
(2)     ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีอย่างย่อ
(3)     ภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อทรัพย์สินเพื่อใช้ หรือจะใช้ในกิจการประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
หรือภาษีซื้อที่เกิดจากรายจ่ายของกิจการประ๓ทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
(4)      ภาษีซื้อที่เกิดจากการก่อสร้างอาคารหรืออลังหาริมทรัพย์อื่น เพื่อนำมาใช้ในกิจการของตนเอง
ซึ่งเป็นกิจการประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ต่อมาผู้ประกอบการได้ขายหรือให้เข่าอาคารหรืออลังหาริมทรัพย์นั่น
หรือนำไปใช้ในกิจการประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 3 ปีนับแต่เดือนภาษีที่ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์
(5)         ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีเต็มรูปตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งมีรายการในใบกำกับ
ภาษีไม่ได้พิมพ์หรือจัดทำขึ้นด้วยคอมพิวเตอร์ กรณีจัดทำใบกำกับภาษีด้วยคอมพิวเตอร์ทั้งฉบับ

(6)       ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีเต็มรูปตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งมีฃ้อความอื่นที่อธิบดี
กำหนดในใบกำกับภาษีที่ไม่ได้จัดทำขึ้นด้วยวิธีการตามประกาศอธิบดีกรมลรรพากร
(7)     ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีเต็มรูปตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งมีรายการในใบกำกับภาษี
เป็นสำเนา
(copy) แต่ไม่รวมถึงใบกำกับภาษีที่ได้จัดทำรวมกับเอกสารทางการค้าอื่นซึ่งมีจำนวนหลายฉบับ และ
ใบกำกับภาษีมีรายการในใบกำกับภาษีเป็นสำเนามีข้อความว่า " เอกสารออกเป็นขุด " ปรากฏอยู่ด้วย
(8)    ภาษีซื้อส่วนที่เฉลี่ยเป็นของกิจการประ๓ทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งได้คำนวณตามหลักเกณฑ์
วิธีการและเงื่อนไขตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร
(9)     ภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อสินค้าหรือรับบริการ ซึ่งผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มน่ามาใข้
หรือจะใข้ในการประกอบกิจการทั้งประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
และผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มใช้สิทธิเลือกไม่นำภาษีซื้อทั้งหมดมาหักในการคำนวณ
ภาษีมูลค่าเพิ่ม เนื่องจากกิจการประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มมีรายได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของรายได้
ของกิจการทั้งหมด
(10)      ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีเต็มรูป ซึ่งรายการได้ถูกแกไขเปลี่ยนแปลงเป็นภาษีซื้อต้องห้าม เว้นแต่
รายการซึ่งได้ถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด
หมายเหตุ ะ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด
-     การแก้ไขที่อยู่ของผู้ออกใบกำกับภาษี พร้อมกับลงลายมือขื่อผู้ออกใบกำกับภาษีกำกับการ
แก้ไข ทั้งนี้เฉพาะใบกำกับภาษีที่ได้ออกในข่วงระยะเวลาไม่เกิน 1 ปีนับแต่วันที่ทางราชการได้ประกาศเปลี่ยนแปลง
เลขที่บ้าน ขื่อถนน หมู่บ้าน ตำบลหรือแขวง อำเภอ'หรือเขต หรือจังหวัด หรือได้ทำการแบ่งเขตถนน หมู่บ้าน ตำบล
หรือแขวง อำเภอหรือเขต หรือจังหวัดใหม่
-          การแก้ไขที่อยู่ของผู้ออกใบกำกับภาษีด้วยวิธีการประทับตรายางที่อยู่ที่ถูกต้องเพิ่มเติม
ทั้งนี้เฉพาะใบกำกับภาษีที่ได้ออกในช่วงระยะเวลาไม่เกิน 1 ปีนับแต่วันที่ทางราขการได้ประกาศเปลี่ยนแปลงเลขที่
บ้าน ขื่อถนน หมู่บ้าน ตำบลหรือแขวง อำเภอหรือเขต หรือจังหวัด หรือได้ทำการแบ่งเขตถนน หมู่บ้านตำบล
หรือแขวง อำเภอหรือเขต หรือจังหวัดใหม่
(11)      ภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อ เช่าซื้อ หรือรับโอนรถยนต์ที่ไม่ใช่รถยนต์นั่งและรถยนตํโดยสารที่มีที่
นั่งไม่เกิน 10 คน ตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต เพื่อใช้หรือจะใช้ในกิจการประเภทที่ต้องเสีย
ภาษีมูลค่าเพิ่ม และต่อมาภายใน 3 ปีนับแต่เดือนภาษีที่ได้รถยนต์ไวในครอบครอง ได้มีการดัดแปลงรถยนต์
ดังกล่าวเป็นรถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต
ไมให้ใช้บังคับสำหรับการขายรถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ตามกฎหมายว่า
ด้วยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต และการให้บริการเช่ารถยนต์ดังกล่าวของตนเองโดยตรง
(12)     ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีเต็มรูป ซึ่งมีรายการ ขื่อ ที่อยู่ เลขประจำดัวผู้เสียภาษีอากรตามมาตรา
86/4 (2) แห่งประมวลรัษฎากร ไม่ได้พิมพ์ขึ้นหรือจัดทำขึ้นด้วยระบบคอมพิวเตอร์ กรณีจัดทำใบกำกับภาษีขึ้นด้วย
ระบบคอมพิวเตอร์ทั้งฉบับเป็นภาษีซื้อต้องห้าม
ไม่ให้ใช้บังคับสำหรับใบกำกับภาษีที่ออกโดยผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งเป็นบริษัทจำกัดหรือ
บริษัทมหาขนจำกัดที่ได้เปลี่ยนสถานะจากรัฐวิสาหกิจประเภทองค์การของรัฐตามที่มีกฎหมายจัดตั้ง ทั้งนี้เฉพาะ
ใบกำกับภาษีที่ได้ออกในช่วงระยะเวลาไม่เกิน 1 ปีนับแต่วันที่จดทะเบียนจัดตั้งเป็นบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาซน
จำกัด

> ภาษีซื้อต้องห้ามที่ไม่ให้นำมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ
1.    ไม่มีใบกำกับภาษี ใบกำกับภาษีสูญหาย หรือไม,อาจแสดงใบกำกับภาษีได้ว่ามีการชำระภาษีซื้อ
2.     ใบกำกับภาษีมีฃ้อความไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูร(น!นส่วนที่เป็นสาระสำคัญ
3.      ภาษีซื้อที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการของผู้ประกอบการ
4.      ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีที่ออกโดยผู้!ม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษี
หมายเหตุ ะ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ไม่ได้เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม สามารถ
นำภาษีมูลค่าเพิ่มที่ถูกเรียกเก็บจากผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณ
กำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ เว้นแต่เป็นรายจ่ายที่กฎหมายไม่ให้นำมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณ
กำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล

ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ผู้มีหน้าที่เสียภาษี เงินได้นิติบุคคล ได้แก่ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่จดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ และหมายความรวมถึงนิติบุคคลอื่นๆ ที่ไม่ได้จดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ด้วย ดังนี้ 

บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล มีดังนี้

      (1)   บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ได้แก่

               ก.   บริษัท จำกัด

               ข.   บริษัทมหาชน จำกัด

               ค.   ห้างหุ้นส่วนจำกัด

               ง.   ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน

      (2)   บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ ซึ่งมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศไทย ก็ต่อเมื่อเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

               ก.   บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต่างประเทศนั้น เข้ามากระทำกิจการในประเทศไทย (มาตรา 66 วรรคแรก แห่งประมวลรัษฎากร)

               ข.   บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต่างประเทศนั้น กระทำกิจการในที่อื่นๆ รวมทั้งในประเทศไทย (มาตรา 66 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร)

               ค.   บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต่างประเทศนั้น กระทำกิจการอื่นๆรวมทั้งในประเทศไทยและกิจการที่กระทำนั้นเป็นกิจการขนส่ง ระหว่างประเทศ (มาตรา 67 แห่งประมวลรัษฎากร)

               ง.   บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต่างประเทศนั้น มิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย แต่ได้รับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2) (3) (4) (5) หรือ (6) ที่จ่ายจากหรือในประเทศไทย (มาตรา 70)


               จ.   บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต่างประเทศที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลใน ประเทศไทย ตามมาตรา 76 วรรคสอง และมาตรา 76 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ได้จำหน่ายเงินกำไรหรือเงินประเภทอื่นที่กันไว้จากกำไร หรือถือได้ว่าเป็นเงินกำไรออกไปจากประเทศไทย (มาตรา 70 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร)

               ฉ.   บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต่างประเทศนั้น มิได้เข้ามาทำกิจการในประเทศไทยโดยตรง หากแต่มีลูกจ้างหรือผู้ทำการแทนหรือผู้ทำการติดต่อ ในการประกอบกิจการในประเทศไทย ซึ่งเป็นเหตุให้ได้รับเงินได้หรือผลกำไรในประเทศไทย (มาตรา 76 ทวิ)

      (3)   กิจการซึ่งดำเนินการเป็นทางค้า หรือหากำไร โดย

               ก.   รัฐบาลต่างประเทศ

               ข.   องค์การของรัฐบาลต่างประเทศ

               ค.   นิติบุคคลอื่นที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ

      (4)   กิจการร่วมค้า (Joint Venture) ได้แก่ กิจการที่ดำเนินการร่วมกันเป็นทางค้าหรือหากำไร ระหว่างบุคคลดังต่อไปนี้คือ

               ก.   บริษัทกับบริษัท

               ข.   บริษัทกับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

               ค.   ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

               ง.   บริษัทและหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกับบุคคลธรรมดา

               จ.   บริษัทและหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกับคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล

               ฉ.   บริษัทและหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกับห้างหุ้นส่วนสามัญ

               ช.   บริษัทและหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกับนิติบุคคลอื่น

      (5)   มูลนิธิหรือสมาคมที่ประกอบกิจการซึ่งมีรายได้แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคมที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดให้เป็นองค์การหรือสถานสาธารณกุศล

      (6)   นิติบุคคลที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรีและประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามประมวลรัษฎากร